อ่านละคร สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายปวรรุจ ตอนที่ 7 วันที่ 12 เม.ย. 56


อ่านละคร สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายปวรรุจ ตอนที่ 7 วันที่ 12 เม.ย. 56

ท่านชายเดินลิ่วนำหน้าวรัทไปหลายช่วงตัวเพื่อจะ โทร.ไปทูลพระองค์ฉัตรว่าตนยังไม่ได้พบหญิงแต้วเลย

ขณะวรัทเร่งฝีเท้าตามไปนั่นเอง เจอหญิงแต้วเข้าโดยบังเอิญ วรัทดีใจมากบอกหญิงแต้วให้รีบไปพบท่านชายก่อนที่เรื่องจะบานปลายไปกันใหญ่ รสาไม่ยอมไปพบ แต่ไม่บอกเหตุผล บอกวรัทว่าไม่ต้องห่วงให้วรัทหาทางให้ตนได้คุยกับท่านชายก็พอ เร่งว่า “เดี๋ยวนี้เลย”

วรัททำอุบายให้โอเปอเรเตอร์ต่อสายเข้าห้องพักหรูของท่านชาย วรัทรับสายบอกท่านชายว่าท่านหญิงโทร.มา ท่านชายตื่นเต้นดีใจมากถามว่าท่านหญิงอยู่ที่ไหน


“ที่ไหนไม่สำคัญหรอกค่ะ หญิงเพิ่งรู้ว่าเสด็จพ่อโทร.ทางไกลมา” ท่านชายถามว่ารู้ได้อย่างไร! “แหม...คนที่สถานทูตเป็นสายให้หญิงตั้งหลายคน” ท่านชายถามทันทีว่า วรัทหรือ “วรัทไหนคะ หญิงไม่รู้จัก”

ท่านชายตัดพ้อว่ามาแล้วทำไมไม่มาหา หญิงแต้วพูดอย่างใจเย็น ทำใจได้แล้วว่า ที่จริงได้พบท่านชายที่โลซานเห็นกำลังนัวเนียกอดจุมพิตและเรียกกันว่าดาร์ลิ่งกับสาวฝรั่งจึงไม่อยากรบกวน ท่านชายร้อนตัวขอหญิงแต้วอย่าเข้าใจผิดเพราะผู้หญิงคนนั้นไม่ได้เป็นอะไรกับตน แล้วนัดมาคุยกันดีกว่า

“เอ...กลับไปตอนนี้ แล้วพี่ชายจะทรงซุกซ่อนแม่สาวคนไทยคนนั้นไว้ที่ไหนล่ะคะ”

“หญิงแต้ว...นี่หญิงตามพี่มาตลอดงั้นเหรอ”

“เปล่าค่ะ หญิงไม่ได้ตามพี่ชายทัศน์ เพราะหญิงหมดอาลัยในตัวพี่ชายนับแต่ที่โลซานแล้ว แต่มันคงเป็นกรรมลิขิตของหญิง ที่ต้องบังเอิญมาเห็นพี่ชายเข้าอีกครั้งกับสาวคนใหม่ เดี๋ยวหญิงจะโทร.กลับไปหาเสด็จพ่อ ทูลท่านว่าหญิงสบายดี กำลังเที่ยวสนุกกับหนูอ้ายหนูเอื้อย”

ท่านชายขอร้องอย่าทูลเรื่องของตนให้พระองค์ฉัตรทราบ หญิงแต้วรับปากแล้ววางสาย

วรัทถามว่าจะให้ทางโรงแรมต่อทางไกลไปกรุงเทพฯไหม ท่านชายบอกไม่ต้องแล้วหันมาคาดคั้นกับวรัทว่าเขาเป็นสายให้หญิงแต้วใช่ไหม ทำเอาวรัทแทบหัวใจวายอ้างว่าตนไม่รู้จักท่านหญิง เคยเห็นแต่ในรูปถ่ายเท่านั้น

“สายอยู่ในสถานทูตนั่นแหละ ไปสืบมาว่ามันเป็นใคร” แล้วเร่งให้วรัทรีบไปตามหาท่านหญิงกัน

ooooooo

การตามหา หลบหลีก หลบซ่อน ชุลมุนไปหมด ท่านชายฉุกคิดว่าหญิงแต้วคงอยู่กับคณะทัวร์ของปกรณ์

วรัทตกใจมองไปเห็นพวกปกรณ์นั่งอยู่ในร้านอาหาร เขาเดินอ้าวไปทันที หาทางกันอ้ายกับเอื้อยออกมาคุยกันนอกร้าน เมื่ออ้ายกับเอื้อยรู้ว่าท่านหญิงโทร.ไปคุยกับ ท่านชายแล้วต่างตกใจ ยิ่งเมื่อรู้ว่าเวลานี้ท่านชายกำลังตามหาท่านหญิงก็กลัวว่าพวกตนจะถูกจับได้กันทั้งทีม

“ต้องไม่ให้เจอกันครับ ผมว่ารีบพากลุ่มคุณชายไปจากที่นี่ดีกว่า เดี๋ยวผมจะกันท่านชายไปทางอื่นเอง”

ทั้งสามรีบกลับไปที่กลุ่มของปกรณ์ในร้านอาหาร แต่แล้วก็เบรกกันตัวโก่ง เมื่อเห็นท่านชายกำลังคาดคั้นกับปกรณ์อยู่ โดยมีคุณอิ่มจ้อไปตามประสา ส่วนคุณอั๋นคอยชี้แจงตามที่สามสาวแสดงตัว

คุณอั๋นยืนยันว่าไม่มีท่านหญิงที่ไหน คณะมีแต่รสากับเพื่อนเท่านั้น ท่านชายถามว่ารสาไหน คุณอิ่มจ้ออย่างสนุกปากว่า

“รสานี่เป็นอาซิ่ม ลูกเจ้าสัวแถวเยาวราชกระมัง มาเที่ยวตามประสาลูกเสี่ยมีเงินน่ะค่ะ” ท่านชายถามว่าหน้าตาเป็นอย่างไร คุณอิ่มบอกว่า “ซิ่มสะพานหันดีๆนี่เอง เห็นว่ามาตามหาแฟนด้วยใช่ไหมคุณปกรณ์”

“ใช่ครับ ชื่อเฮียเพ้ง เห็นว่าเป็นเอเย่นต์นำเข้านาฬิกาสวิสน่ะครับ” ปกรณ์รับลูก

อ้ายเร่งวรัทให้รีบไปพาท่านชายทัศน์ออกมาดีกว่าเพราะโอกาสเหมาะแล้ว วรัทรีบเข้าไป ถูกท่านชายดุว่าหายหัวไปไหน วรัทปดว่าไปชักรูปมา ท่านชายบ่นอีกสองสามคำแล้วชวนกันไป

เมื่อวรัทกับท่านชายออกไปแล้ว อ้ายกับเอื้อยจึงเข้ามาในร้าน อ้ายเร่งปกรณ์ให้ไปบ้านวาดดาวกันเลยดีกว่า เพราะใกล้ค่ำแล้ว

“ครับ...แต่ว่าเจ้าคุณชายรุจกับคุณรสาอยู่ที่ไหนล่ะครับ” ปกรณ์มองหา

ooooooo

ด้วยความเป็นห่วงรสาที่หายไป ชายรุจตามไปเจอเธอยืนร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ที่ถนนเลียบทะเลสาบ พอเขาเรียกเธอสะดุ้ง จะเช็ดน้ำตาแต่ไม่มีผ้าเช็ดหน้า

จู่ๆก็มีผ้าเช็ดหน้ายื่นมาให้เหมือนรู้ใจ ยิ่งทำให้น้ำตาเธอไหลพรากๆจนชายรุจเอ่ยอย่างอบอุ่นว่า เช็ดน้ำตาเสีย...เธอจึงรับผ้าเช็ดหน้าไปซับน้ำตา แต่ยิ่งซับน้ำตาก็ยิ่งไหล ชายรุจดึงเธอเข้าไปกอดไว้แน่น รสาร้องไห้โฮออกมาอย่างสุดกลั้นแม้ชายรุจจะไม่รู้ถึงสาเหตุที่เธอร้องไห้ แต่เขาก็กอดเธอไว้อย่างอบอุ่นและปกป้อง...

ปล่อยให้รสาร้องไห้จนสาแก่ใจและคลายเศร้าลงในอ้อมอกอุ่นแล้ว ชายรุจจึงถามว่าบอกได้หรือยังว่าร้องไห้เรื่องอะไร รสาบอกว่าตนเพิ่งโทร.คุยกับคู่หมั้น ชายรุจถามว่าเฮียเพ้งหรือ?

“ค่ะ...เขาปฏิเสธทุกข้อหาเรื่องสาวๆที่เขาเคยควงด้วย เป็นผู้ร้ายปากแข็งที่สุด เห็นแก่ตัวที่สุด”

“ทำใจเถอะนะ...ดีแล้วละที่เธอได้เห็นธาตุแท้ของเขา ก่อนที่เธอจะถลำลึกมากไปกว่านี้”

“ขอบคุณนะคะที่เข้าใจ และอยู่เป็นเพื่อนฉัน ยามที่ฉัน...รู้สึกว่า ตัวเองโดดเดี่ยวเหลือเกิน และขอบใจสำหรับ...ผ้าเช็ดหน้าผืนนี้ค่ะ”

“เก็บไว้เถอะ ไว้ซับน้ำตาที่อาจไหลออกมาอีกเมื่อเธอนึกถึงเขา แต่ฉันขออะไรอย่างได้ไหม...ผ้าเช็ดหน้าผืนนี้ ไม่อยากให้เธอซับแค่น้ำตา แต่อยากให้มันซับความเจ็บปวดในใจของเธอด้วย เพื่อที่...ให้ใจเธอมีที่ว่าง พอที่จะตอบได้ว่า เธอจะลืมเขา และพร้อมจะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง...ได้ไหม”

“คุณชาย!” รสานิ่งงัน ประสานสายตากันนิ่ง ลึก และแล้ว ชายรุจก็ดึงเธอเข้าไปในวงแขน...ความรู้สึกเวลานั้นเหมือนเขากำลังก้มจะจุมพิต...

“ไอ้คุณชาย!” เสียงปกรณ์กระชากความรู้สึกจากภวังค์ ตามด้วยเสียงอ้ายที่ทักรสาว่ามาแอบอยู่นี่เอง

ทั้งคู่ผละจากกัน ปกรณ์เข้ามาบอกว่าเมื่อกี้เจอท่านชายอีกแล้ว หาว่าท่านหญิงแอบเดินทางมากับเรา บ่นว่าคิดอะไรบ้าๆ ชายรุจถามอย่างเป็นห่วงว่าแล้วตกลงหญิงแต้วอยู่ที่ไหน

“คงเด็จมากับกรุ๊ปทัวร์นั่นแหละ เห็นว่าติดต่อกันทางโทรศัพท์แล้ว คงไม่มีปัญหาอะไรแล้วล่ะ”

ฟังแล้วชายรุจเบาใจลงมาก บอกปกรณ์ว่า “ฉันอยากเจอท่านหญิงมาก ตอนนั้นที่กระทรวงที่ท่านหญิงเด็จมาเยี่ยมท่านชาย ฉันมีโอกาสได้เห็นท่านหญิงแค่แว้บเดียว” แต่พออ้ายแกล้งถามว่าท่านหญิงสวยไหม ชายรุจยิ้มเจื่อน “บอกไม่ได้เพราะฉันเห็นท่านหญิงแค่ด้านหลัง”

รสาจำเหตุการณ์เวลานั้นได้ สบตาและอมยิ้มกับอ้ายอย่างรู้กัน พอดีปกรณ์บอกว่ารถมาถึงแล้วให้ไปช่วยกันขนกระเป๋าขึ้นรถให้สาวๆกัน ชายรุจจึงหันยิ้มกับรสาอย่างอบอุ่นก่อนเดินตามปกรณ์ไป

พออยู่กันตามลำพัง อ้ายถามว่าเมื่อกี้ทำอะไรกันหรือ เห็นเหมือนคุณชายกำลังจะจุมพิตท่านหญิง?

“หนูอ้ายคิดอะไรฟุ้งซ่าน เมื่อกี้เจอพี่ชายทัศน์เหรอ เป็นยังไง” รสาถามกลบเกลื่อน

“อูยยย...หลบแทบตาย เดี๋ยวเล่าให้ฟัง ว่าแต่ท่านหญิงโทร.คุยกับท่านชายแล้วเหรอคะ”

“ใช่...ต่อว่าไปเรียบร้อยแล้ว” ตอบพลางเดิน คุยกันไป...

ooooooo

เมื่อมาพักที่ชาโตว์วาดดาว ชายรุจกับรสาพากัน ไปนั่งคุยที่ริมทะเลสาปหน้าชาโตว์ ชายรุจเล่าเหตุการณ์ที่กระทรวงในวันนั้นให้รสาฟังอย่างละเอียด ทั้งยังบอกเธอว่าถ้ามีโอกาสได้พบท่านหญิงตนจะเล่าความจริงทั้งหมดให้ฟัง

รสาร้องไห้อย่างเจ็บช้ำ บอกชายรุจว่าสงสาร ท่านหญิง และสงสารตัวเอง เพราะตนก็โดนคู่หมั้นหลอกลวง เหมือนกัน ชายรุจโอบเธอไว้ปลอบอย่างอ่อนโยน...อบอุ่น...

“เข้มแข็งนะรสา และนี่คืออีกสิ่งที่ฉันจะทำเมื่อกลับพระนคร ไปพบครอบครัวของเธอ และบอกเจตจำนงของฉันที่มีต่อเธอ”

“คุณชาย...” รสามองหน้าเขาเต็มตา ชายรุจประสานสายตาอย่างเคร่งขรึมจริงจังแล้วดึงเธอเข้าไปกอดไว้แนบแน่น

วาดดาวเดินมาแต่ไกลเห็นภาพนั้นแล้ว เธอยิ้มอย่างชื่นใจ...

ooooooo

เวลาเดียวกัน ที่วังจุฑาเทพ คุณชายทั้งสี่ กำลังคิดถึงชายรุจ ทั้งเรื่องที่ต้องหมั้นหมายกับกระถินและเรื่องที่ไปพบวาดดาว ทุกคนเห็นใจกระถินเมื่อรู้ว่าเธอมีคนรักอยู่ก่อนแล้ว นับแต่ถูกพาตัวมาเธอก็อยู่อย่างไม่มีความสุขเลย...

แล้วจู่ๆชายรุจก็โทรศัพท์มาคุยกับชายใหญ่ ทุกคนตื่นเต้นอยากฟังข่าวจากเขา ชายรุจเล่าด้วยน้ำเสียงแจ่มใสว่า

“ตอนนี้ผมพักที่ชาโตว์ของวาดดาว” ชายใหญ่ถามว่าเรื่องของวาดดาวเป็นอย่างไร “ผมจะเล่าให้พี่ฟังทีหลัง มีปริศนามากมายที่ผมก็เพิ่งเข้าใจ ขอบคุณชายภัทรด้วยที่ยืนยันให้ผมมาพบวาดดาว ปัญหาที่คาใจทุกอย่างได้เคลียร์เรียบร้อยแล้ว...พี่ชายใหญ่ แต่ตอนนี้ผมอยากเล่าที่สุดคือ ผมได้พบผู้หญิงคนนึงที่นี่ ผมคิดว่าผมหลงรักเธอเข้าแล้ว เธอชื่อ ‘รสา’ ครับ”

กลายเป็นเรื่องตื่นเต้นกันของคุณชายทั้งสี่ ชายพีร์อยากเห็นว่าสาวรสาคนนี้จะสวยแค่ไหน ชายใหญ่บอกว่าอาทิตย์หน้าตนจะไปเยี่ยมมะปรางที่อังกฤษและอาจแวะไปเยี่ยมชายรุจที่สวิตด้วย คงจะได้รายละเอียดเพิ่มเติม

“แล้วน้องกระถินจะทำยังไงล่ะครับ ท่าจะยุ่งกันใหญ่นะครับทีนี้” ชายเล็กกังวลขึ้นมา

ย่าอ่อนมาได้ยินชายเล็กพูด เดินเข้ามาถามว่าคุยอะไรกันอยู่ คุณชายทั้งสี่ต่างมีพิรุธ ย่าอ่อนถามชายพีร์หลานสุดที่รักว่ามีอะไรปิดบังย่าหรือเปล่า ชายพีร์ที่ถูก ย่าอ่อนคาดคั้นทีไร ไม่เคยเอาตัวรอดได้สักครั้ง คราวนี้เล่นบทใหม่อ้างว่าสายแล้วขอไปทานข้าวเช้าก่อนเดี๋ยวเข้ากรมไม่ทัน หอมย่าอ่อนเอาใจทีหนึ่งแล้ววิ่งอ้าวไปเลย

“เดี๋ยวสิ...เดี๋ยว...เฮ้อ...” ย่าอ่อนจะตามก็ไม่ทัน เรียกก็ไม่ฟัง เลยได้แต่ถอนใจ

ooooooo

ที่ชาโตว์วาดดาว...เช้านี้ วาดดาวกับชายรุจช่วยกันทำข้าวต้มกุ้งเป็นอาหารเช้า ระหว่างนั้น วาดดาวแสดงความยินดีกับชายรุจว่า รสาเหมาะสมกับเขามาก

ชายรุจบอกว่าแม้จะเพิ่งรู้จักกันแค่สองอาทิตย์แต่รู้สึกคุ้นกับเธอมาก วาดดาวบอกว่ามันคือพรหมลิขิตและถ้าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกันหรอก

“ขอบคุณวาดดาวที่ช่วยยืนยัน ขอบคุณที่เป็นกำลังใจให้ผม”

วาดดาวกอดแสดงความยินดีกับเขา ขณะทั้งสองกำลังกอดกันนั้น รสามาเห็นพอดี ความแจ่มใสที่มีความสุขที่ได้รับปลาสนาการไปสิ้น หัวใจเธอแทบสลาย หันหลังเดินกลับทันที วาดดาวเห็นรสา ทั้งสองผละจากกันรีบตามเธอไป

เมื่อชายรุจตามไปชี้แจง รสาไม่อาจทำใจรับได้สะบัดวิ่งเตลิดไป ชายรุจตามไปจนถึงทุ่งสวย พยายามชี้แจงอีก ถูกรสาสวนมาอย่างหมดความเชื่อถือว่า

“กับคำแก้ตัวฉันได้ยินมาพอแล้ว ผู้ชายมีคำแก้ตัวเหมือนกันทุกคน ทั้งของคู่หมั้นฉันเอง ทั้งของคุณชาย”

“นี่ไม่ใช่คำแก้ตัว แต่นี่คือเรื่องจริง หันกลับมาแล้วตั้งสติ ฟังให้ดีๆ” ชายรุจจับไหล่เธอพลิกมา มองลึกเข้าไปในดวงตา บอกเธอว่า “นี่คือเรื่องของฉันกับวาดดาว ตั้งแต่ต้นจนจบถึงวันนี้”

รสาเห็นความจริงจังของชายรุจ เธอจึงนิ่งฟังอย่างสงบ...

ชายรุจเล่าความเป็นมาระหว่างตนกับวาดดาวให้รสาฟังอย่างละเอียด จนสุดท้ายเขาสรุปว่า

“หลังจากเลิกกัน ฉันมัวเก็บภาพเก่าๆของวาดดาวมาทำร้ายตัวเองเสมอ แต่เมื่อได้เจอเธอในครั้งนี้ ฉันมองหน้าวาดดาวแล้วรู้เลยว่า ฉันไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธออีก

แล้ว...เรื่องบางเรื่องถ้าเราไม่เผชิญหน้ากับความจริง เราก็คงไม่รู้ว่าที่ผ่านมาเรามัวแต่โง่อยู่กับสิ่งที่เราเก็บมาหลอกตัวเองทั้งนั้น”

รสาเริ่มยิ้มออก ชายรุจมองเธอพูดจริงจัง “การที่ฉันมาพบวาดดาวในครั้งนี้ ทำให้ฉันได้รู้สึกตัวเป็น

ครั้งแรกว่า ถึงเวลาแล้วที่ฉันจะต้องเริ่มต้นใหม่...และเธอ คือคนคนนั้น...รสา”

ชายรุจเชยคางรสาจุมพิตที่ริมฝีปากอย่างอบอุ่นอ่อนโยน...

ทั้งคู่จูงมือกันเดินกลับ เจอวาดดาวยืนยิ้มยินดีอยู่ รสาเข้าไปจับมือวาดดาว เอ่ยอย่างรู้สึกผิดว่า

“ลืมสิ่งที่ฉันคิด ฉันพูดไปเมื่อกี๊เสียให้หมดนะคะ ฉันหวังว่าคุณจะยกโทษให้สำหรับความผิดของฉัน”

“ไม่มีอะไรผิดหรอกค่ะ ถ้าเรื่องนั้นเกี่ยวกับความรัก...ดูแลคุณชายแทนฉันด้วยนะคะ”

“ค่ะ...” รสาตอบรับอย่างเต็มใจ

ooooooo

แม้จะมีความสุขที่มีชายรุจคอยปกป้องดูแลให้กำลังใจอย่างอบอุ่น แต่รสาก็อดกังวลไม่ได้ กลัวว่าเมื่อชายรุจรู้ว่าตนปกปิดชาติกำเนิดของตัวเองแล้วจะรับไม่ได้ ปรารภกับอ้ายและเอื้อยว่า

“เขาต้องโกรธแน่ๆ เพราะเขาย้ำเตือนเสมอๆว่า สำหรับนักการทูตแล้ว ความจริงต่อให้เลวร้ายแค่ไหน ก็ยังดีกว่าการโกหก”

“นึกในแง่ดีไว้ก่อนเถอะค่ะท่านหญิง” เอื้อยปลอบใจ

วันนี้ ชายรุจสอนรสาเล่นสกีอย่างใกล้ชิด คุณอิ่มเฝ้ามองอยู่ด้วยความริษยา เมื่อพักทานอาหาร พอเห็นชายรุจแยกไป คุณอิ่มก็รี่เข้ามาหารสา ถามอย่างหาเรื่องว่า คิดอะไรกับชายรุจหรือเปล่า รสาตอบอย่างไม่ยี่หระว่ามันไม่ใช่เรื่องของเธอ

“ที่ฉันพูดเพราะอยากเตือนเธอไว้ เธอไม่คู่ควรกับเขาหรอก เพราะเขาเป็นถึงหม่อมราชวงศ์ เธอคิดว่าเขาจะมาสนใจผู้หญิงธรรมดาอย่างเธอหรือ เธอดูอย่างคุณวาดดาวสิ นั่นก็หญิงธรรมดาเหมือนกัน ในที่สุดคุณชายเขาก็ทิ้งอย่างไม่มีเยื่อใย” คุณอิ่มยิ้มเยาะ รสาย้อนถามว่าเป็นผู้หญิงธรรมดาแล้วยังไง เธอเองก็เป็นผู้หญิงธรรมดาเหมือนกันไม่ใช่หรือ

“ใครว่า ฉันเป็นถึงหลานสาวท่านทูต” คุณอิ่มเชิดคอแข็ง

“ถึงจะหลานสาวท่านทูต คุณหญิง คุณชาย ท่านหญิง ทุกคนเป็นคนธรรมดาเหมือนกันหมดล่ะค่ะ”

“แต่คุณชายปวรรุจไม่ธรรมดา” คุณอิ่มเถียงข้างๆ คูๆ ขณะนั้น ชายรุจเดินกลับมาได้ยินจึงหยุดฟัง

“ไม่ธรรมดายังไงคะ ถ้าคุณจะดูว่าเขาเป็นลูกของหม่อมเจ้า เขาก็สูงศักดิ์ แต่ถ้ามองอีกฝั่ง ทางคุณแม่เป็นเพียงนางต้นห้อง เขาก็แสนจะต่ำต้อย อยู่ที่ว่าคุณจะเลือกมองฝั่งไหนเท่านั้นเอง”

คุณอิ่มหน้าตาตื่นถามว่าชายรุจเป็นลูกของนางต้นห้องจริงหรือ ตนได้ยินข่าวลือเหมือนกันแต่คิดว่าเป็นคุณชายคนรองคนอื่นๆ

“คือคุณชายปวรรุจค่ะ” รสาย้ำ “รู้อย่างนี้แล้วคุณยังคิดว่าเขาสูงส่งคู่ควรกับคุณอยู่หรือเปล่า ถ้ายังคิดอยู่ฉันขอเชียร์เต็มที่ อย่างที่คุณพูด คุณคู่ควรกับเขามากกว่า” พูดจบรสาสะบัดไป แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นชายรุจก้าวออกมาพูดเสียงกร้าว

“ฉันจะคู่ควรกับใครหรือไม่ ฉันใช้สิทธิ์ของหัวใจตัดสินเองเสมอ แต่ถ้า ‘ใครคนนั้น’จะคิดว่าฉันไม่คู่ควร ก็มิใช่หน้าที่ของเขาที่จะไปยกต่อให้ใครๆได้ง่ายๆ”

พูดแล้วผลุนผลันออกไป รสาหันมองคุณอิ่มที่ยืนหน้าเหวอ แล้วรีบวิ่งตามชายรุจไป เธออ้อนวอนเขาได้โปรดอย่าเดินหนีตนแบบนี้ เพราะตลอดมาเขามีแต่คอยช่วยให้ตนรอดปลอดภัย โปรดอย่าทิ้งตนไปเลย

ชายรุจถามว่าเธอคิดอะไรถึงเสือกไสตนให้คุณอิ่ม รสาชี้แจงว่าตนไม่ได้หมายความอย่างนั้น ตนกำลังจะบอกว่า

“ฉันเองต่างหาก ที่ไม่คู่ควรกับคุณ...” ชายรุจมองเธออย่างสับสน รสาพูดได้แค่ว่า “ถ้าฉันพูดความจริง อย่าโกรธฉันเลยนะคะคุณชาย” พูดแล้วโผเข้ากอดเขาร้องไห้ด้วยความรู้สึกสับสน

แม้จะยังไม่เข้าใจสิ่งที่เธอพูด...แต่ชายรุจก็กอดเธอ ไว้อย่างอบอุ่นเช่นเคย...

ooooooo

ท่านชายทัศน์ยังพาวรัทตามหาหญิงแต้วไม่ลดละ เพราะเชื่อว่าหญิงแต้วยังไม่ไปไหน

ในที่สุดก็มาเจอกลุ่มปกรณ์ นั่งทานอาหารอยู่ในร้าน พอเห็นอ้ายกับเอื้อย ท่านชายจำได้ว่าเป็นคนสนิทของหญิงแต้ว ตรงเข้าไปคาดคั้นว่าหญิงแต้วอยู่ไหน ทั้งสองตกใจไม่ยอมบอก ตัดสินใจวิ่งหนีเอาดื้อๆ

ท่านชายตามมาที่ลานสกี รสาเห็นไกลๆ เธอตกใจหันหลังวิ่งหมายให้พ้นสายตาท่านชาย เธอวิ่งกระเจิงไปในหุบเขา ชายรุจวิ่งตามไป จนเห็นรสาเสียหลักลื่นตกลงไปในหุบเขาลึก ชายรุจไต่ลงเนินเลยกลิ้งตกตามไปด้วย

ชายรุจประคองเธอลุกขึ้น ปรากฏว่าเธอเท้าแพลง เขาจึงอุ้มเธอพาเดินตามทางเท้ากลับ

ทั้งสองหลงเข้าไปในป่าลึก โชคดีที่พบกระท่อม กลางป่า ชายรุจจึงพาเธอเข้าไปพัก เป็นกระท่อมที่สร้าง ขึ้นสำหรับนักเดินป่าจึงมีอุปกรณ์การยังชีพครบครัน

รสายังไม่สบายใจถามว่าเขายังโกรธตนอยู่หรือเปล่า

“ฉันไม่มีสิทธิ์โกรธเธอ เธอมีสิทธิ์จะคิดอะไรก็ได้ทั้งนั้น” ส่วนที่เธอพูดกับคุณอิ่มเรื่องแม่ของเขาเป็นนางต้นห้องนั้น ชายรุจบอกว่า “เมื่อความจริงเป็นเช่นนั้น และฉันก็ยืดอกรับในเรื่องนี้ ทั้งยังบอกใครต่อใครมาตลอด เธอพูดถูก ถ้ามองจากทางท่านพ่อฉันก็นับว่าสูงศักดิ์ แต่ถ้ามองทางแม่ฉันก็ต่ำต้อย”

รสาบอกว่าตนไม่เคยคิดว่าเขาต่ำต้อย ชายรุจตัดบทว่าช่างเถอะ ตนไม่เคยแคร์กับเรื่องพวกนั้น บางครั้งก็เบื่อคำว่าหม่อมราชวงศ์ด้วยซ้ำ ถ้าตนเป็นแค่นายปวรรุจถึงจะมีแม่เป็นสาวใช้ก็คงไม่มีใครมาสนใจหรือว่าอะไร

“จะเป็นสาวใช้หรือราชนิกูลก็ไม่ได้มีความหมาย

เท่ากับเราสร้างคุณค่าของตัวเราเองมิใช่หรือคะ”

ชายรุจหัวเราะถามว่าเธอจำคำของตนมาพูด ใช่ไหม รสาเอ่ยย้ำว่า ถึงเขาจะเป็นนายปวรรุจ ไม่ใช่ หม่อมราชวงศ์และไม่ใช่ห้าสิงห์แห่งจุฑาเทพ ตนก็ยังคิดว่าเขาสูงส่งอยู่ดี ชายรุจพูดยิ้มๆ ว่าเธอตบหัวแล้วลูบหลัง

“ฉันกำลังพูดสิ่งที่ตรงกับหัวใจที่สุดต่างหาก”

คำพูดนี้ทำให้ชายรุจมองเหมือนจะหยั่งลึกลงไปถึงหัวใจของเธอ จนรสาต้องหลบสายตาจริงจังของเขาเขินๆ

ooooooo

อ่านละคร สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายปวรรุจ ตอนที่ 7 วันที่ 12 เม.ย. 56

ละครเรื่อง สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายปวรรุจ บทประพันธ์โดย : ร่มแก้ว
ละครเรื่อง สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายปวรรุจ บทโทรทัศน์ : Sanctuary
ละครเรื่อง สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายปวรรุจกำกับการแสดง : สมจริง ศรีสุภาพ
ละครเรื่อง สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายปวรรุจแนวละคร : โรแมนติก - ดราม่า
ละครเรื่อง สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายปวรรุจ ผลิตโดย : บ. กู้ดฟิลลิ่ง จำกัด โดย สมจริง ศรีสุภาพ
ละคร สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายปวรรุจ ออกอากาศทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ต่อจาก สุภาพบุรุษจุฑาเทพ “คุณชายธราธร”
ที่มา ไทยรัฐ






ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น